เอาล่ะ.....เราจะมาเริ่มกันล่ะเน้อ>w
 
ก็คือ...ในระหว่างที่กำลังจะสอบปลายภาคจบนั้นเอง ท่านอี้ก็บินจากเมกากลับมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยพร้อมทั้งชักชวนท่านพ่อ-แม่ให้ส่งข้าน้อยไปเรียน(รอบสอง รอบแรกพ่อไม่อนุมัติ)และครั้งนี้ก็สำเร็จ=[]=!!!
 
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมเอกสารมากมายก่ายกอง+อ่านหนังสือสอบวิชาภาคอันแสนทรหดไปด้วยT T!
 
ขั้นแรกเลย.....หาที่เรียน...อี้บอกชื่อโรงเรียนมาแห่งหนึ่งแล้วให้ข้าน้อยสมัครนั่นก็คือ....Foothill college  เปิดไปปุบตาลายเนื่องจากทุกสิ่งอย่างเป็นภาษาอังกฤษ!!(แน่ดิไปเรียนภาษาอังกฤษนี่หว่า)...เพราะฉนั้น....สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็คือ...."ท่านอากู๋ทานสเลด" ขอรับ! รวมถึงโปรแกรมที่ติดมา(ไม่รู้ตอนไหน)กับเครื่อง อย่าง "Bing ทานสเลด" อีกคนซึ่งออฟชั่นนี้แปลได้ดีกว่าพี่กู๋หน่อยนึง  ย้ำ "หน่อยนึง" เท่านั้น แต่ว่าสามารถแปลได้ทั้งหน้าเหมือนท่านพี่ "กูเกิ้ลโครม"  พอเปิดไปหน้าสมัคร....ท่านพี่รีไคว ผลสอบโทเฟล!!! ซึ่งกระผมมิได้สอบ lllorz  แต่ยังมีอีกหลายหนทาง  ซึ่งในเว็บบอกโรงเรียนภาษาพันธมิตรซึ่งเรียนจบได้เกณฑ์ที่กำหนดสามารถเข้าได้  หลังจากนั้นจากการสอบถามท่านอี้......มองไปมองมา....มีสอนภาษาในมหาลัยด้วยเฮ้ย*+*! เลยลงสมัครเรียนที่นั้นไป และมหาลัยนั้นเป็นมหาลัยของรัฐบาลซึ่งห่างจากบ้านอี้แค่2สี่แยกเท่านั้นครับผม! อี้คอนเฟิร์มว่าเดินไปได้แน่นอน ก็เลยลงไป...
 
ขั้นที่2 ขอใบ I-20 จากทางมหาลัย...ซึ่งคนที่จะได้จะต้องเรียนเต็มเวลาเท่านั้น  ซึ่งในที่นี้คือ 17 weeks
ซึ่งจะต้องเสียค่าแบบฟอร์ม 100$ ในการสมัคร(ของกระผมกรอกออนไลน์แต่เห็นบางที่ให้ปริ๊นซ์ออกมาแล้วแสกนส่งไป)และไม่สามารถเอาคืนได้  หลังจากจ่ายค่าเทอมนู้นนี่นั่นเสร็จก็รอI-20จากโรงเรียน(มหาลัย)US ส่งมาให้ที่เมืองไทย (แนะนำว่าถ้ารีบและมีให้เลือกไปรณีย์ด่วนก็เลือกไปเลยครับ ตอนของกระผมแค่50$เป็นของเีฟดเอ็ก พอออกมาจากUS2-3วันก็ถึงแล้ว  ถ้าแบบปกติจะเป็นอาทิตย์กว่าจะมาถึง)
 
ขั้นที่3 ระหว่างรอก็กรอก แบบฟอร์ม DS-160 ของสถานทูตโลด อ้ออย่าลืมถ่ายรูปด้วย แนะนำว่าให้ขอไฟล์รูปที่เป็นดิจิตอลมาด้วย เพราะรูปที่ใช้ในวีซ่าของอเมริกาจะมีตัววัดในเว็บและต้องเป๊ะๆเท่านั้นและอัพโหลดเข้าไปในแบบฟอร์มนั้นเลย พอครอปรูปเสร็จแล้วค่อยไปให้เขาปริ๊นซ์กันเหนียว  (หาได้ในเว็บวีซ่าชั่วคราวของสถานทูตอเมริกานะขอรับ) กรอกไปเรี่อยๆ(แนะนำเซฟถี่ๆ เนื่องจากพอครบ20นาทีมันจะเด้งออก   อ้อ จำ-จดรหัสแอฟฯที่ทำไว้ด้วยนะ มุมบนขวาอะ  เผื่อหลุดจะได้กลับไปทำอันเก่าได้) จนจะมาถึงหน้านึงที่ให้กรอกรหัสในI-20  ไม่ต้องตกใจ บางที่เรียนจะมีการขอก่อนได้  ซึ่งจะได้นำสมัครDS-160ระหว่างรอI-20ก่อนได้   แต่ถ้าไม่มีก็เซฟไว้จำรหัสแอฟฯไว้ แล้วพอI-20 มาค่อยกรอกก็ยังไม่สาย  แล้วอย่าลืมปริ๊นซ์ใบออกมาด้วยนะ  หน้าที่มีบาร์โค๊ดน่ะ
 
ขั้นที่4 เมื่อกรอกDS-160เสร็จแล้ว แล้วถ้าI-20ยังไม่มาก็ไปจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ไปรณีย์ก่อนได้เลยโลดๆ ราคาเป็นเงินไทย ณ เดือนเมษาหลังสงกรานต์ก็ประมาณ 5,120บาท   (เอาคืนไม่ได้แม้วีซ่าไม่ผ่านT^T) เก็บใบเสร็จไว้ให้ดีนะขอรับห้ามหายเด็ดขาดเพราะเราจะต้องเอาไปยื่นด้วยตอนขอวีซ่า
 
ขั้นที่5 ระหว่างรออีกเช่นกัน ก็ซื้อPinผ่านเน็ตไปเลย (ไม่มีลิ้งค์ หาเอานะขอรับ  อยู่ในเว็บสถานทูตนั่นแล)ตั้งชื่อ รหัสผ่าน ซึ่งต้องประกอบไปด้วย ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ตัวอักษรพิเศษ และตัวเลขประกอบกันนะขอรับ  จ่ายผ่านบัตรเครดิต เดบิต หรืออะไรซักอย่างผ่านเว็บไปเลย ราคาตอนกระผมซื้อก็ประมาณ ไม่ถึง1,000(เอาคืนไม่ได้) แล้วหลังจากนั้นก็จะล็อคเข้ามาในหน้านัดวันสัมภาษณ์ เลือกๆไปครับตามวันและเวลาที่มีให้เลือกและสะดวก(ถ้าไม่ได้ไม่แนะนำให้รีเฟรช แต่ให้กดเครื่องหมายซ้ายไม่ก็ขวาบนปฏิทินเอาขอรับ) ปริ๊นทุกใบที่เขาสั่งให้ปริ๊น  
 
ขั้นที่6 เฉพาะวีซ่านักเรียนเท่านั้นที่ต้องจ่ายกันเพิ่มอีก200$ เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมที่นักศึกษาต่างชาติ หรือเรียกว่าค่า SEVIS FEE(ลิ้งค์ www.FMJfee.com) กรอกทุกอย่างในครบ จ่ายเงินให้เรียบร้อย ปริ๊นใบเสร็จเก็บไว้ห้ามหาย
 
ขั้นทีั่7 เมื่อ I-20 มาแล้ว ก็ทำแค่2อย่างคือ.....อ่านตรวจสอบความเรียบร้อย ว่าถูกต้องรึเปล่า หลังจากนั้นก็เซ็นชื่อซะให้เรียบร้อย
 
ขั้นที่8 รวบรวมเอกสารทั้งหมดที่มี ตอนกระผมเตรียม เอกสารทั้งหมดมีดังนี้
-พาสปอร์ตใสกิ๊งเพิ่งทำใหม่สดๆ
-ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่าจ่ายที่ไปรษณีย์
-ใบเสร็จค่าSEVIS
-ใบคอนเฟิร์มวันที่นัดสัมภาษณ์
-ใบเสร็จค่าซื้อPIN
-I-20
-รูป 2x2นิ้ว
-DS-160 ที่มีบาร์โค๊ด (มีแผ่นเดียวหรือสองแผ่นแล้วแค่เครื่องปริ๊นซ์= =;;)
-ใบเปลี่ยนชื่อของตัวเอง
-จดหมายรับรองสปอนเซอร์(พิมพ์เอง ท่านพ่อเซ็นต์)
-ใบเปลี่ยนชื่อท่านพ่อ
-ใบสเตทเม้นท์ท่านพ่อที่ธนาคารรับรองมา(ไม่มีสมุดธนาคารของพ่อ= =;)
-copy book bank ของบริษัทที่พ่อเป็นหุ้นส่วน(ประมาณ3-4เล่มได้)+หลักฐานที่บริษัทออกให้ (แต่ไม่เห็นมีเซ็นอะไรซักแผ่นนอกจากแต้มตราบริษัทหน้าแรกหน้าเดียว- -;)
-สำเนาถูกต้องบัตรราชการท่านแม่
-สำเนาถูกต้องบัตรประชาชนท่านแม่
-copy book bankท่านแม่+สมุดธนาคารท่านแม่  เอาคลิปหนีบรวมๆกันไปกับของท่านพ่อ (ขอบอกว่าอย่างหนา  เท่าฟิคD18หนึ่งเรื่องในเน็ตเลย=w=;;)
-สมุดธนาคารของตัวเอง(มีไม่ถึงหมื่นXD)
-จดหมายเชิญจากอี้(พิมพ์เองแล้วให้อี้เซ็นต์)
-รูปถ่ายหลั่นล้าๆ ทั้งหลายแหล่ใส่อัลบั้มเล็กๆไป>w
-บัตรประชาชน
-ใบทรานสคริป
-ใบสถานภาพนิสิต
-จดหมายที่ออกโดยมหาลัยที่ไปเรียนภาษา+ใบเสร็จค่าเทอม
 
เอาล่ะมาถึงขั้นสุดท้าย....แต่ไม่ท้ายสุดกันเถอะ!!!

                   กระผมนัดสัมภาษณ์ไว้วันที่30 เมษา ตอน8โมงเช้า (กระผมแต่งชุดหมาลัยไป) พอท่านพ่อมาส่งพร้อมกับอี้(ที่กระผมพยายามอ้อนวอนให้มาเป็นเพื่อน)ตอนประมาณ7โมงกว่าเกือบครึ่งก็มายืนไปได้สักพัก ก็มีพี่เสื้อชมพูมาเช็คเวลาที่นัด  โดยขอดูใบDS-160 ใบคอนเฟิร์มนัด แล้วก็แปปๆก็โดนเรียกไปต่อแถวใหม่ก่อนเข้าไปในห้องกระจกใสๆ พี่ยามผู้หญิง(ขอเรียกแบบนี้นะขอรับ)ก็ขอดูใบDS-160อีกหน  พอเข้าไปก็ให้ฝากของ เอาบัตรประชนให้เขาไปพร้อมกับของที่เป็นโลหะและอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกทั้งหมด(ไม่เว้นแม้หูฟังหรือนาฬิกาดิจิฯ) กระเป๋าถือเอาเข้าไปได้ผ่านรางแสกนเหมือนกับที่ใช้ในสนามบินขอรับ  อาจจะเป็นเพราะกระผมใส่ชุดนิสิตไป  พอผ่านประตูตรวจโลหะเขาก็บอกให้เดินไปเลย เพราะเห็นคนอื่นท่านพี่เขาจะเอาแท่งๆอะไรก็ไม่รู้โบกหน้า-หลัง ดัง ปิ๊บ*ปิ๊บ*(?) XD
 
                     หลังจากรอดเข้ามาได้(?)ก็จะต้องมาต่อแถวตรวจเอกสารอีก ระหว่างนั้นจะมีคนเอาใบฟ้าๆมาแจกให้กรอกที่อยู่ทางไปรษณีย์ หมายเลขพาสปอร์ตและอื่นๆ คนตรวจ+จัดเรียงเอกสารขั้นต้นจะมีพี่ใส่เสื้อสีชมพูอีกสองคน(ตอนกระผม พี่คนนึงหน้าตาน่ารักแถมดูใจดี พูดเพราะสุดๆ แต่อีกคนหน้าตาดุ แต่ก็พูดโอเคนะขอรับกระผมว่า ซึ่งกระผมเจอคนนี้) เอกสารที่เขาเอาไปจัดก็แค่ -ใบเสร็จค่าธรรมเนียมที่จ่ายที่ไปรษณีย์  -ใบเสร็จค่าSEVIS  - I-20  -จดหมายเชิญจากอี้ -ใบทรานสคริป -ใบสถานภาพนิสิต -จม.จากมหาลัยที่จะไปเรียน+ใบเสร็จค่าเทอม แค่นี้เอง  ที่เหลือถ้ากงศุลถามค่อยเอาให้  และห้ามรื้อสับเปลี่ยนตำแหน่งของเอกสารที่จัดแล้วเด็ดขาด **ระหว่างนั้นกระผมเจอคนได้คุยเรื่องกรอกไอใบฟ้าๆนี้ด้วยกัน  แถมกระผมลืม  เอาเงินติดตัวเข้าไปเพียงแค่40บาท  แต่ถ้าวีซ่าผ่านกระผมต้องจ่ายเงินค่าไปรษณีย์ถึง75บาทเพื่อส่งซองกลับบ้าน พอพี่เขาพูดกระผมก็เริ่มเครียดล่ะ....จะออกไปก็ไม่ได้  ในนี้ก็ไม่มีตู้เอทีเอ็ม เหมือนพี่เขาจะสงสารให้กระผมยืมเงินมาถึง40บาทซึ่งกระผมบอกว่าจะคืนเขาหลังออกมาแล้ว  หลังจากนั้นก็คุยกันอีกยาว แต่เขาได้คิวสัมภาษณ์ก่อนกระผม  แต่พอกระผมสัมภาษณ์เสร็จแล้วก็ตามหาเขาเพื่อนคืนเงิน  แต่เขากลับไม่อยู่แล้ว   กระผมขอตามหาบุคคลที่ใจดีเยี่ยงนี้ เขาเรียนมหิดล จะไปซานดิเอโก้ วันนั้นใส่พีซสีขาวลายดอกไม้เล็กๆ เห็นว่าได้วีซ่าJ-1 นักเรียนแลกเปลี่ยนไปทำแล็ป หากได้เข้ามาอ่านช่วยทิ้งเบอร์ติดต่อให้กระผมด้วยT T!** แต่หลังจากนั้นก็เข้าไปต่อคิวสแกนนิ้ว รับบัตรคิวรอสัมภาษณ์!!!
 
                      ไว้รอต่อพาร์ทหน้า!!!

edit @ 3 May 2012 13:23:40 by Blood_devil_white

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (223.205.243.4|223.205.243.4) on 2015-02-15 19:37